Lennon/McCartney :Two of Us 3 (จบ)



Lennon/McCartney :Two of Us 3 (จบ)

Paul McCartney อาจจะชิงออกอัลบัมได้ก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะชนะ Lennon
อัลบัมของ Paul ก็ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีเลย อาจเพราะงานที่ทำในเวลาเร่งรีบ การที่พอลดันทุรังเล่นดนตรีทุกชิ้นด้วยตัวเอง หรือ อะไรก็ไม่ทราบ ...ตรงกันข้ามกับ Plastic Ono Band ของ John ที่แม้จะไม่ได้ขายดี แบบอัลบัม Beatles แต่นักวิจารณ์ก็ยกย่องอัลบัมนี้กันมากซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป หลายคนยกให้ เป็นอัลบัมที่ดีที่สุดของ John Lennon ด้วยซ้ำ



ท่อนหนึ่งในเพลง GOD ของ Lennon ผู้ขณะนั้นกำลังบำบัดทางจิตด้วยวิธี 'Primal Scream' (ต่อมาBobby Gillespie เอาไปตั้งเป็นชื่อวง) หลักการคือ การตะโกนความเครียดออกมา แบบ ตรงไปตรงมา เราจึงเห็นเนื้อเพลงอย่าง

I don't believe in Beatles
I just believe in me...Yoko and Me....and that reality

หรือในเพลง Mother ซึ่ง ก็ร้องเกี่ยวกับแม่ " Mother, you had me but I never had you "

John กับ Yoko หนุงหนิงกันอย่างนี้ มีหรือ Paulจะยอม เขาไปซุ่มทำเพลงในสตูดิโอชนบทกับ Linda บ้าง
Paul ทำอัลบัม 'RAM' กับLinda โดยมีบางเพลง เนื้อหากระทบ John และ Yoko เช่น Too Many People





Too Many People ว่ากันว่าโจมตี Yokoในฐานะ 'ตัวเจือก' ที่เข้ามาเกะกะการทำงานของBeatles เมื่อนักข่าวถาม Paul ก็ปฏิเสธตลอดแต่ John ไม่เชื่อเช่นนั้น John ถือว่านี่เป็นการประกาศสงคราม


            



         ต่อมา Paul ได้ร่วมกับนักดนตรีอีก 3 คน รวมทั้ง Denny Laine จากวง The Moody Blues ตั้งวงดนตรีชื่อ Wingsขึ้นมาและนำLinda มาร่วมเล่นคีย์บอร์ดและเปียโนกับช่วยร้องเพลงด้วย Paul ถูกวิจารณ์มาก เพราะLinda เล่นดนตรีไม่ได้เรื่อง และเสียงร้องก็แย่ เหตุที่Paul ทำเช่นนี้ก็เพราะ เห็นJohnและYokoร่วมกันผลิตผลงานออกมานั่นเอง

วงwings ของPaul McCartney มุ่งมั่นทำดนตรีลูกกวาดแบบยุค 70 เน้นการออกทัวร์แบบอลังการๆ ตัดsingleทำอันดับเป็นว่าเล่น ถ้ามองให้แง่การตลาด Paul ถือว่าประสบความสำเร็จมากนักเพราะ ในขณะนั้น John และ Yoko มุ่งไปทำกิจกรรมเพื่อสันติภาพมากกว่าทำเพลง แต่นั้นกลับสร้างบารมีบางอย่างขึ้นมา ยิ่งเมื่อทั้งคู่ย้ายไปนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา กลายเป็นผู้นำความคิดของหนุ่มสาวที่นั่น จนเป็นภัยต่อชาติ ในสายตานักการเมือง (ภายหลังพบเอกสารที่FBI พยายามไล่ Lennon ออกนอกประเทศ รวมทั้งการพยายามไม่ต่อ GreenCard ให้เขา)





       Paul ตัดขาดจาก beatles โดยสิ้นเชิง ในแง่ดนตรี Paulไม่ยุ่งกับสมาชิกคนอื่นๆอีกเลย ในขณะที่ John ยังมี George และ Ringo วนเวียนๆ มาช่วยงานเสมอๆ


        John เริ่มตอบโต้ Paul ในเพลง How do you sleep อัลบัม 'Imagine' 
ที่กัด paul ตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ทั้ง Sgt.pepper , เพลงyesterday ด้วยชื่อเพลงเป็นคำถามประมานว่า"นอนหลับตาสนิทไหมไอ้สัด!"

โดยทำอินโทรเลียนแบบเพลง Sgt.Pepper ที่เป็นลูกรักของ Paul และมีเนื้อเพลงด่าตรงๆอย่าง
"So Sgt. Pepper took you by surprise" ประมานว่ามึงฟลุกแต่ง Sgt.Pepper ได้ล่ะวะ "The only thing you done was Yesterday" ประมานว่าวันๆเอาแต่พร่ำถึงเพลง Yesterday ของมึงอ่ะดิแสบกว่านั้น ยังได้ george harrison มาเล่นกีต้าร์ให้ด้วย ใครๆก็ไม่รัก Paul จริงๆ น่าสงสาร






       ก่อน Paulจะโต้กลับด้วยเพลง "Dear Friend " ประมานว่า ว่า"ว่างมากเหรอไอ้สัด"

Dear friend, whats the time? 
Is this really the borderline? 
Does it really mean so much to you? 
Are you afraid, or is it true?




ในอัลบัมนี้เอง John ยังมีเพลงคลาสสิกตลอดการ ชื่อเดียวกับอัลบัมนั่นคือ Imagine เพลงอุดมคติ ทางสันติภาพ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของตัวเขาไปตลอดกาล เมื่อเวลาผ่านไป เพลงนี้ จะถูกนึกถึงทุกครั้งที่โลกต้องการความสันติ

หลายคนเริ่มมองว่า เพลงของ Paul คือเพลงตลาด ในขณะที่ ของ John เป็นปรัชญา เป็นกวี เพื่อสันติภาพ แต่ปี1974 Paul และวง wings ของเขาออกอัลบัม 'Band on the Run' ออกมาตอกหน้านักวิจารณ์ทั้งหลายเสมือนการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของpaul ทั้งด้านรายได้ และคำวิจารณ์ ว่ากันว่านี่เป็นอัลบัมที่แนวพอลแท้ๆ ที่ทำออกมาได้ดี และ ลงตัวที่สุด

ยุค70ผ่านไป ต่างฝ่ายต่างทำงานของตน ดูเหมือนความขัดแย่งก็ค่อยจางลงเรื่อยๆตามวัยวุฒิ ช่วงปี75 

โฉมหน้า เมย์ แปง ช็อคยิ่งกว่าป้าโยโกะ






John และ Yoko แยกทางกันชั่วคราว John เริ่มคบกับ May Pang ผู้ซึ่ง Yoko จัดให้เอง...งงไหมล่ะ?...Yoko บอกว่า เราคงไปกันไม่รอด ยังไงแกลองคบกะเลขาฉันไปก่อนละกัน ฉันก็จะไปเดทกะคนอื่น ดูๆไปก่อนว่าจะไปรอดไหม .... ช่วงชีวิตนี้ของLennon ถูกเรียกว่า 'Lost Weekend' John เริ่มกลับมาทำตัวเป็นวัยรุ่น กินเหล้า จัดปาร์ตี้ ทำอัลบัมชื่อ Rock 'n' Roll ซึ่งเป็นเพลง cover ทั้งหมด โดยส่วนมากเป็นเพลงที่เขาจำขึ้นใจ สมัยเล่นในคลับกับ beatlesนั่นเอง




ขณะที่ Paulและ Linda มีลูกชายลูกสาวเต็มบ้าน เวลาออกทัวร์ก็ยกกันไปทั้งบ้าน เสมือนกิจกรรมครอบครัว ช่วงนี้เอง Paulและครอบครัว ได้มาเยี่ยมJohn ขณะกำลัง 'Lost Weekend' ดูเหมือนความขัดแย้งเก่าๆ จะถูกเก็บไปหมดสิ้นแล้ว อีกทั้งยังร่วมแจมกันในห้องอัด พร้อมนักดนตรีอื่นๆเป็นครั้งแรกตั้งแต่Beatlesแตก (และครั้งเดียว) ภายหลังออกมาเป็น Bootleg ทรงคุณค่าอันหนึ่งที่แฟน Beatles ต้องเก็บมาสะสม


The Beatles ทั้ง 4เริ่มไปมาหาสู่กัน แบบเพื่อนรักดังเดิม พาครอบครัวไปหากัน เยี่ยมกันและกัน หรือ Beatles จะรวมตัว?
John ให้สัมภาษณ์ช่วงนี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่beatlesจะกลับมา และเขาก็happy ถ้ามันเกิดขึ้นจริง

แต่แล้วความฝันก็ต้องสลาย ไม่ใช่เพราะใคร... Yoko Onoคนเดิม John อยู่ๆไปเริ่มทนไม่ไหว ซมซานกลับไปหา Yoko เพราะอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเธอ ทันทีที่ John กลับไปหา Yoko แล้วเรื่อง Beatles ก็ออกจากหัวเขาไปตลอดกาล
ยิ่งเมื่อ Yoko ให้กำเนิดลูกชาย Sean Lennon

แล้ว John Lennon ก็ตัดขาดจากวงการดนตรี ทำตัวเป็นพ่อบ้านเลี้ยง เป็นเวลา 4-5 ปี! หลายคนคิดว่าเขาวางมือไปแล้ว ลาออกจากวงการไปแล้วด้วยซ้ำ

ในขณะที่ Paul หลังจากอิ่มตัวกับวง Wings เขาก็ยุบวง ในปี80 เขาก็ ทำอัลบัมเดี่ยวชื่อ 'McCartney II' เป็นภาคต่อกลายๆกับ 'McCartney' เมื่อปี70 โดยพอลเล่นดนตรีเองทุกชิ้นเหมือนกับครั้งแรก ปีเดียวกันนี่เอง John ก็กลับสู่ห้องอัดเพื่อทำอัลบัม'Double Fantasy'

ยุค80 กำลังจะเริ่มต้น Paul และ John ล้วนอยู่ในสถานะศิลปินรุ่นใหญ่ การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป และแม้จะมีโอกาสน้อยแค่ไหน แต่แฟนก็ยังหวังว่า Beatles จะกลับมารวมตัวกันซักวัน





แต่ในวันที่ 8 ธันวาคม 1980 ฝันก็ต้องสลายไป เมื่อ John Lennon ถูกแฟนเพลง Mark David Chapman ยิงเสียชีวิต หน้าอพาร์ทเมนต์ตัวเองที่นิวยอร์ค ในวัย 40 ปี 



หลังจากหายจากวงการไปนานสี่ห้าปี เขาพร้อมจะกลับมาแล้ว ลูกชายก็กำลังจะโต กรีนการ์ดก็ได้แล้ว ทุกอย่างต้องหยุดลง 
ไม่นานYoko ออกมาแถลงข่าว ให้ยุติความโศกเศร้า ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ยุค80's ก็ยังคงจะเป็นช่วงเวลาที่งดงาม อีกทั้งกล่าวว่า เธอเพึ่งบอก Sean lennon ไปถึงการตายของผู้เป็นพ่อ และเขากำลังร้องไห้อยู่ติดต่อกันมานานแล้ว


Paul McCartney ให้สัมภาษณ์อย่างอ่อนโรยว่า John เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ เขาจะถูกจดจำในฐานะผู้ที่อุทิศตนให้ศิลปะ,ดนตรี และสันติภาพของโลก ต่อมา Paul เดินทางไปเยี่ยม Yoko เพื่อปลอบใจ John Lennon เป็นยิ่งกว่าบุคคลไปแล้ว เขากลาย เป็นสัญลักษณ์ไปแล้ว ...สัญลักษณ์ของสันติภาพ ความดีงามในโลก

ต่อจากนี้ Paul ไม่ได้แข่งขันกับ John Lennon อีกต่อไปแล้ว เขากำลังแข่งขันกับอะไรที่เขาไม่มีวันชนะ (หรืออาจต้องตายก่อนถึงจะพอสู้ได้)


ผ่านไป ถึงปี 1982 Paul ออกอัลบัม Tug of War ที่ทำงานกับ george martin เป็นครั้งแรกหลัง beatles แตกวง
Paul อุทิศ เพลง 'Here Today' ที่เล่าถึงช่วงเวลาดีๆที่เขากับ จอห์นมีให้กัน ไม่ว่าจะการทำงาน หรือชีวิตส่วนตัว ช่วงเวลาสุขเศร้าที่ ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมาตั้งแต่วัยรุ่น

What about the time we met,
Well I suppose that you could say that we were playing hard to get.
Didnt understand a thing. But we could always sing.


อัลบัม Tug of war ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมาก อาจเป็นอัลบัมที่ดีที่สุดในยุค 80 ของ paul เลยก็ว่าได้

แต่เมื่อเวลาผ่านไป Paul ที่ยังทำงานเพลงเรื่อย ก็ไม่อาจจะเทียบมาตรฐานเดิมๆของตัวเองได้
กลายเป็นเพียงศิลปินรุ่นใหญ่คนหนึ่ง ที่น่ายกย่องชื่นชม ในขณะ John เป็นตำนาน เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ แต่รุ่นใหม่ๆโตมากับภาพลักษณ์นั้นๆด้วยความไม่รู้จริง ทำให้มอง John Lennon เป็นทุกอย่างของ The Beatles ไปด้วย 

หลายครั้ง Paul บอกว่าเขาเปิดหนังสือเพลง แล้วเจอ Yesterday,Let it be อยู่ในสมุดรวมเพลงLennon ทำให้เขาเจ็บใจไม่น้อย..Paul ผู้เคยอยู่ระดับเดียวกับ john กลับถูก ประเมินค่าต่ำกว่าความจริงลงไปเรื่อยๆ ทั้งนี้มิใช่ Paul ด้อยบารมีลง แต่ เพราะ John Lennon ถูกดันขึ้นสูงสุดๆ เพราะการตายของเขานั้นเอง


ยุค 80 paulร่วมงานกับศิลปินดังอย่าง Michael Jackson , Stevie Wonder
มีเพลงขึ้นอันดับไม่น้อย เรียกว่าประสบความสำเร็จทีเดียว

ผ่านไปสู่ยุค 90 Paul, George, Ringo กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อทำสารคดี ทางโทรทัศน์เกี่ยวกับ the beatles
ออกอากาศเดือนหนึ่ง ชื่อ Anthology นอกจากนั้นยังมีการทำอัลบัม 3ชุด 6แผ่น รวบรวมเพลงในtake ต่างๆของbeatles ที่ไม่เคยออกขาย รวมถึงการแสดงสดอีกด้วย

โอกาสนี้ Yoko ได้มอบ demo ของ John 2 เพลงคือ Free as a bird , Real Love ให้ beatles ทั้งสามทำต่อ แล้วมันก็กลายเป็นsingle ล่าสุดของ The Beatles ในรอบ20กว่าปี

จากประสบการณ์ใน Anthology ทำให้ไฟของ Paul กลับมาอีกครั้ง เขาทำอัลบัม Flaming Pie ในปี 1997 เป็นการกลับมาอีกครั้งของ เขาในยุค 90

ต่อมาLindaภรรยาของ Paulเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง สิ้นสุดชีวิตคู่อันยาวนานของทั้งคู่


ยุค90ดำเนินไป
...Paulได้รับ แต่งดังเป็นท่าน Sir
...Paul บรรจุชื่อ Rock and Roll Hall of Fame ซึ่งช้ากว่า John เป็น 10กว่าปี
...Paul เป็นศิลปินที่ทำงานต่อปีมาที่สุด และ รายได้มากที่สุด อันดับต้นๆ

พอลมีความพยายามหลายครั้งที่จะ เปลี่ยนเครดิต Lennon/McCartney เป็น McCartney/Lennon ในเพลงที่เขาแต่งโดย เฉพาะ Yesterday แต่เมื่อขออนุญาติ โยโกะ ก็ถูกปฏิเสธเสมอ รวมทั้ง สมาชิกbeatles ที่เหลือก็ไม่ค่อยเห็นด้วย paul พยายามหลายครั้ง กระทั่งถึงจุดที่เขายอมรับว่า"บางอย่างเราคงทำได้แค่ ปล่อยให้มันเป็นอย่างที่เคยเป็นมา"

หลายคนมองว่า นับวัน John ยังเหนือ เขาเข้าไปทุกที เขาพยายามทวงความสำเร็จที่เป็นขอเขาออกมาบ้าง เพื่อคงสถานะความเป็นตำนานเอาไว้ ด้วยอายุที่มาขึ้นเรื่อย เรื่องเงินทองไม่ใช่เป็นประเด็นแล้ว แต่เขาต้องการเป็นที่จดจำ

ปี 2001 George harrison เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งรวมทั้งโลกต้องพบกับ เหตุการณ์ 11 กย.

ผู้คนในโลกตะวันตกแสวงหาสันติภาพ บทเพลง imagine ถูกเปิดในหลายๆโอกาส Paul เองก็เป็นแกนนำในการทำ Concert for New York City โดยรวบรวมศิลปินดังมาทำคอนเสิร์ตการกุศลเพื่อนิวยอร์ค


ปี2004 ค่ำคืนในเทศกาลดนตรี Glastonbury ที่อังกฤษ Paul McCartney ไปเป็นไฮไลท์ของงาน น่าตกใจไม่น้อยที่หนุ่มสาวในปี2004 ยังคงทึ่งกับดนตรีเมื่อ 40ปีที่แล้ว หนุ่มสาวมากมายสามารถเข้าถึงเพลงของพวกเขาได้ไม่ยาก มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมได้แล้ว Paul ร้อง 'Here Today' ให้กับ John Lennon ร้อง 'All Thing must pass' ให้กับ George harrison สองเพื่อนผู้จากไป

ผู้คนร้อง Hey Jude กันซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับมันไม่มีวันจบ กับท่อนสุดท้าย " Na na na na na....na"
Paulไม่ควรกังขาความเป็นตำนานของเขาเลย ในค่ำคืนที่คนอายุคราวหลานของเขานับหมื่นร่วมร้องเพลงที่เขาแต่ง


มิถุนายน 2006 Paul McCartney อายุ 64 นับเป็นหลักไมล์ที่สำคัญของ Rock'n' Roll Paul แต่งเพลง "When I'm Sixty-Four" ตั่งแต่อายุ 16 วันนี้เขาอายุ 64 ปีแล้ว ภรรยาที่เคียงข้างอย่าง Linda ก็จากไป เมียใหม่ก็หย่าร้าง ต่างจากเนื้อเพลงในมุมมองของเด็กอายุ16นัก แต่เขาก็ยังมีลูกๆมาช่วยกันร้องเพลง "When I'm Sixty-Four" เซอร์ไพรซ์ในงานวันเกิด


เมื่อ Paul ถูกถามเรื่อง John ทั้งเรื่องความขัดแย้งในอดีตต่างๆนาน เขาจะบอกว่า สำหรับคนที่รู้จักกันมาตั้งแต่วัยรุ่นจนอายุ 40 เคยกินนอนล้มลุกคลุกคลานในเยอรมันมาด้วยกันร่วมล้มลุกคลุกคลานมาด้วยกัน กอดคอกันหัวเราะ ร้องไห้กันมา นับครั้งไม่ทั่ว มันมีความทรงจำดีๆเยอะพอที่จะจำ และพอที่จะลืมความทรงจำแย่ๆได้ไม่ยากเลย




Paul mccartney ในปัจจุบัน
แสดงความคิดเห็น