Lennon/McCartney : Two Of Us ตอนที่ 1




Lennon/McCartney : Two Of Us ตอนที่ 1

  หากจะกล่าวถึงนักแต่งเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ คงขาดชื่อของ Lennon / McCartney ไปไม่ได้แน่John Lennon และ Paul McCartney สองสมาชิกแห่งวง สี่เต่าทองTheBeatles ทั้งคู่เป็นทั้ง เพื่อนรัก เพื่อนร่วมงาน คู่หู คู่แข่ง ศัตรู ...ชื่อของพวกเขาผูกกันด้วยแง่มุมที่ต่างๆกันออกไปทั้ง มิตรภาพ อัจฉริยะภาพ ความผูกพัน และในแง่ความเกลียด ความอิจฉา การแข่งขัน ตำนานทั้งหมดนี้จุดเริ่มต้นของมัน ต้องย้อนกลับไปในเมือง ลิเวอร์พูล ปี 1956




เด็กหนุ่มมัฐยมชื่อ Paul McCartney ได้รับคำชวนจากเพื่อน ให้ไปชมการแสดงของวง The Quarrymen ที่นำโดย เด็กหนุ่มห้าวที่ชื่อ John Lennon หลังจากแสดงจบ เขาเข้าแนะนำตัวและพูดคุยกับวง
นอกจากนั้น เขายังแสดงสามารถในการเล่นกีต้าร์ให้วงฟัง John เองก็ชื่นชมในฝีมือการเล่นกีตาร์ของPaul
ที่John ประทับใจสุดๆ เพราะ Paulผู้เป็นคนถนัดซ้าย สามารถพลิกกีต้าร์ เล่นกลับหัวได้!!
ส่วนPaul พบว่า พวกนักดนตรีเหล่านี้ไม่มีความรู้เรื่องโน๊ตเท่าเขา แต่ก็ยอมรับในการ'แสดงสด'บนเวทีของพวกเขา


Paul หนุ่มหน้าหล่อ เสียงก็ดี ฝีมือเล่นดนตรีก็สุดยอด Johnถึงจุดที่เขาต้องตัดสินว่า จะรับPaul เข้าวงดีหรือไม่ การรับPaulเข้ามาย่อมยกระดับวงขึ้นเยอะแน่ แต่ สถานะ"ผู้นำวง" ของเขาย่อมต้องสั่นคลอนเช่นกัน โชคดีที่ John Lennon รับ Paul McCartney เข้ามา และนี่ก็เป็นจุดกำเนิดตำนาน

John Lennon รับ Paul McCartney เข้าขากันอย่างรวดเร็วทั้งรสนิยม Rock'n'Rollจากฝั่งอเมริกาช่วงนั้น
อย่าง Elvis Presley , Buddy Holly,Bill Haley , Chuck Berry , .ช่วงนั้นนั่นเองที่ แม่ของJohn เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน Paul เองก็เสียแม่ไปในวัยเยาว์เช่นกัน ทั้งสองเลยconnect กันในทางใดทางหนึ่ง โดยเข้าใจซึ่งกันและกัน หลายครั้งเวลาเลิกเรียน หรือ โดดเรียน John มักจะไปสุมบ้านPaul เล่นกีต้าร์กัน แต่งเพลงขำๆกันมากมาย ว่ากันว่าในปีแรกที่พบกันนั้น ทั้งคู่แต่งเพลงร่วมกันราว 100 เพลงได้ หลายเพลงอยู่รอดมาถึงยุคThe Beatles แต่ส่วนมากก็ศูนย์หายไปตามกาลเวลา

นับวันJohn กับ Paul ก็สนิทสนมกันมากขึ้นเนื่องจากทั้งคู่เรียนอยู่ตึกเดียวกันเวลากลางวันจึงเป็นเวลาที่
ทั้งสองจะนั่งคุยกันถึงเรื่องเพลง แลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆ แม้กระทั่งร่วมกันแต่งเพลง เพลง Love Me Do ซึ่งต่อมากลายเป็นเพลงซิงเกิล เพลงแรกของThe Beatlesก็แต่งขึ้นในตอนกลางวันขณะรับประทานอาหาร 

โดย John และ Paul ทำสัญญาใจกันว่า ไม่ว่าใครจะแต่งเพลงไหนมากกว่ากัน
หรือแม้กระทั่งคนใดคนหนึ่ง แต่งทั้งเพลงคนเดียว เครดิต จะต้องเป็นLennon / McCartney 
แล้วเครดิตนี้ ก็ติดตัวทั้งคู่ไปตลอด



'ช่วงแรก แกนนำของวงก็คือ John อย่างชัดเจน จะเห็นได้จาก บุคลิกผู้นำของJohnบวกับการที่เขาเป็นคนตั้งวง ทำให้ สถานะของJohn เหนือกว่าPaulเล็กน้อย ตัวอย่างหนึงก็ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเปลี่ยนชื่อวงเป็น
Johnny and the Moondog ตามที่สมัยนั้นนิยม ให้ชื่อ หัวหน้าวงขึ้นก่อน 
ส่วนPaulก็ชดเชยด้วยความสามารถในการเล่นดนตรี Paul สอน John เล่นกีต้าร์ด้วยซ้ำในหลายๆโอกาส
นอกจากนั้น Paul ยังมีความสามารถในการเล่นดนตรีทุกชนิดบนเวทีทั้ง กีต้าร์ เบส กลอง เปียโน

หลังจาก The Quarrymenเปลี่ยนสมาชิกมากมายหลายครั้งJohn และ Paul ร่วมกับ George Harrison ในตำแหน่งกีต้าร์ลี้ดStu Sutcliffe ในตำแหน่งเบสและ Pete Best ในตำแหน่งกลอง ร่วมวงกัน 5 คน

หลังจากนั้น "ห้าเต่าทอง "ก็ไปแสวงโชค ที่ hamburg เยอรมันหลังจากการเปลี่ยนชื่อวงสองสามครั้ง ก่อนลงเอยที่ The Beatles การแสวงโชคในเยอรมันสร้างชื่อให้กับพวกเขาอย่างดี นอกจากนั้นที่ เยอรมันเขายังได้รู้จักกับวงจากลิเวอร์พูลด้วยกันอย่าง Rory Strom and The Hurricane ที่มีมือกลองอารมณ์ดีชื่อ Ringo Starr





ต่อมา Paul เปลี่ยนมาเล่นเบสแทน Stu ที่ลาออกไป ปี 1962 Beatles 4 คนกลับมาที่ ลิเวอร์พูล เล่นที่คลับชื้อ cavern clubที่นั้นเองที่เข้าตา Brian Epstein ผู้ต่อมาเป็นผู้จัดการวง อย่างจัง และเซ็นสัญญาในที่สุด

The Beatles เข้าสตูดิโอabbey road ภายใต้การ โปรดิวซ์ของ George Martin
ทุกอย่างเป็นที่พอใจกับทุกฝ่าย แต่ดูเหมือน Pete Best จะมีปัญหาบางอย่างที่ George Martin ไม่พอใจ
ทางวงจึง แนะนำให้ Brian Epstein ลองติดต่อ Ringo Starr มาร่วมวงแทน 7วันก่อนทำอัลบัมแรก




นั้นคือจุดกำเนิดของ The Beatles ที่มี John Paul George Ringoในอัลบัมแรก จะเป็นเพลงที่ทางวงแต่งเอง และ เพลงcover ในสัดส่วนราวครึ่งต่อครึ่งง

Beatles โด่งดังอย่างรวดเร็วทั้งสี่ ออกทัวร์ทั่วโลก ทั้งแถบแสกนดิเนเวีย ยุโรป ญี่ปุ่น อเมริกา
นอกจากนั้นยังมีภาพยนตร์อย่าง a Hard day's night , Help ที่พวกเขาเล่น
มีเพลง ที่ Lennon / McCartney แต่งขึ้นอันดับ 1 ในUK และ US มากมาย


ถ้าจะลองยกตัวอย่างเพลงที่น่าสนในใจแง่การทำงานของทั้งคู่ ก็เช่นI Wanna Hold Your Hand เพลงแจ้งเกิดในอเมริกาของทั้งคู่ ที่เรียกได้ว่า เป็นการทำงานร่วมกันของทั้งคู่อย่างแท้จริง

พอล และ จอห์น ร่วมกันเคาะเปียโน แล้วเขียนเนื้อด้นกันตรงนั้น
หรือ She Love You ที่มาจากไอเดีย การแต่งเพลงรักในแบบ บุคคลที่สาม('เธอรักคุณ ' ไม่ใช่แค่ฉันรักเธอ เธอรักฉัน) ซึ่งค่อนข้างเจ๋งในยุคนั้น 

ในขณะที่เพลงก็เป็นฝีมือการแต่งของคนๆเดียวก็มี
อย่าง Help ที่John Lennon ใช้ระบายความอัดอั้นที่ต้องออกทัวร์ตลอดเวลาจนไม่มีเวลาส่วนตัวซึ่งเป็นฝีมือJohn เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือ I Fell Fine ที่จอห์น เกิดไอเดียที่จะเอาเสียง feedback กีต้าร์หรือ เรียกกันชาวบ้านๆ ว่า เสียงกีต้าร์หอน เวลาอยู่ใกล้แอมป์ เอามาใช้ในการบันทึกเสียง ที่ว่ากันว่าเป็นครั้งแรกของโลก หรือ All my loving ที่ Paul แต่งให้แฟนสาวในขณะนั้น ก็กลายเป็นเพลงฮิต และขาดไม่ได้คือเพลงYesterday


Yesterday เพลงที่พอลแต่งจากความฝัน เขาเล่าให้ฟังว่าตื่นจากฝันแล้วรู้สึกดนตรีอะไรไม่รู้ค้างในหัว
เลยรีบเคาะเปียโนที่ใกล้เตียงๆ แล้วจดเอาไว้กันลืม แรกๆเขาคิดว่าเขาต้องจำเพลงใครมาแน่ๆ
หลังจากเล่นให้หลายๆคนฟังว่า นี่เพลงอะไร? ไม่มีใครรู้จักซักคน เขาจึงมั่นใจว่าเขาแต่งเพลงนี้แน่ ไม่ได้ลอกใครมา

Yesterdayเพลงซึ่งต่อมากลายเป็นเพลงที่โด่งดังที่สุดเพลงหนึ่งของวง และ ถูกcoverมากที่สุด ในโลก
เพลงซึ่งเป็นฝีมือการแต่งและเล่นกีต้าร์ ของPaulคนเดียว ไม่มีBeatles คนไหนมีส่วนร่วมกับเพลงนี้แม้แต่น้อย
ตอนแรก George Martin เสนอให้ตัดเป็น single ในนาม Paul McCartney แต่พอลเลือกที่จะรักษาสัญญา
และออกเพลงนี้ในนามThe Beatles และแน่นอน มันจะเครดิตเป็น Lennon / McCartney 
(ซึ่งต่อมา ปัจจุบัน Paulในวัยชรา จะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้เป็น McCartney/Lennon)


การแข่งขันที่เราจะเห็นได้ในยุคแรก ก็คือ ทั้งคู่จะพยายามพลักดันเพลงที่ตัวเองเด่นเป็นซิงเกิ้ลหน้าA
และ การแข่งขันนี้เองที่ทำให้ทั้งคู่พัฒนาขึ้นเรื่อย เช่นถ้าJohn ทำคะแนนเยอะๆ ซักพัก Paulจะตามาชนะสลับไปๆมาๆ
เช่นPaul ออกซิงเกิ้ล Can't Buy Me Love เป็นSinglesหน้าA แรกของThe Beatles ที่ไม่ได้มากจากการช่วยกันแต่ง(เพลงนี้พอลแต่ง)
John ก็เอาคืนด้วยจากออกรวดอีกสี่ซิงเกิ้ล 'A Hard Day's Night', 'I Feel Fine', 'Ticket to Ride' 'Help!'
ภายหลังตอนออกซิงเกิ้ลDay Tripperกับ We Can Work It Out เลยเรียกมันว่า "double A-sided" ไปซะเลยจะออกสองเพลง (กล่าวคือ โปรโมตทั้งสองเพลงเท่ากัน Beatles ไม่ได้ออกDouble-A-Sided ไปตลอดนะ แล้วแต่กรณีๆ ว่า
ทั้งสองเพลง น่าจะ'ขายได้'ทั้งคู่ จึงจะทำ) 

กลางยุค 60 หลังจากความโด่งดังอันสุดขีด การออกทัวร์ไม่ลดละ... Beatles ก็หน่ายกับชีวิตอย่างนั้น พวกเขาประกาศเลิกทำการแสดง ออกทัวร์ใดๆทั้งสิ้น แล้ว เข้าสตูดิโอ มุ่งมั่น ทำงานในห้องอัดเท่านั้น เรียกได้ว่า Beatles เข้าสู่ยุคใหม่ ทิ้งเสื้อผ้าสูท ทิ้งทรงผมบีทเทิลส์อันโด่งดัง
กลายเป็น ฮิปปี้ แต่งชุดสีสดใส ไว้หนวดเครา และ ยาเสพติดก็เริ่มเข้ามามีบทบาทกับวง โดยเฉพาะ LSD

เนื้อหาของเพลงก็เริ่มฉีกออกไปจาก แนวรักๆของหนุ่มสาว ไปยัง ปรัญชา การเสียดสีสังคม เล่าเรื่อง ระบายความคิดส่วนตัว John แต่ง Norwegian Wood ที่เนื้อหาช่างเป็นปรัชญาและนามธรรมเหลือเกิน รวมถึงนำเครื่องดนตรีอินเดียอย่าง ซีต้าร์ ที่เล่นโดย George Harrison มาใช้อีกด้วย Paul ก็มีเพลงอย่าง Eleanor Rigbyก็เล่าเรื่อง ความเหงาของหญิงชื่อ Eleanor Rigby ที่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยว โดยมี เครื่องสายเป็น ดนตรีคลอ 



     นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆของการเติบโตด้านการแต่งเพลงของทั้งคู่ ยังมีเรื่อง เทคนิคในห้องอัด การทดลองอัดเสียงกีต้าร์แล้วเล่นย้อนหลัง ทดลองทำเสียงสังเคราะห์ การนำเครื่องดนตรีอินเดีย การใช้เครื่องสาย การวางตำแหน่งไมโครโฟนอัดกลองชุด จนกระทั้งเพลงของ beatles ไม่สามารถเล่นสดได้เหมือน100เปอร์เซ็น ในยุคนั้นได้เลย 




และการทำงาน ของ John และ Paul เริ่มห่างเหินกันมาขึ้น การร่วมหัวจมท้ายกันด้นอย่างช่วงแรกๆค่อยๆน้อยลง มีเพียงช่วยเกลาไอเดียของแต่ละคนเท่านั้น อีกทั้งตอนนี้ George ก็เริ่มฉายแววด้านการแต่งเพลงขึ้นมาอีกคน แต่ก็แน่นอนว่า ยังคงอยู่ใต้รัศมีของ Johnและ Paul

กำลังจะหมดยุค Lennon/McCartney ที่สุมหัวกันทำเพลง ท่อนต่อท่อน คำต่อคำ โน้ตต่อโน้ต
เรากำลังจะได้เห็นการแข่งขันกันเข้มของทั้งคู่ ความแตกต่างทางแนวดนตรีของ Lennon และ McCartney เริ่มจะมีให้เห็น แต่ไม่ว่าเพลงไหนจะเป็นอย่างไร มันก็จะลงเครดิตว่า Lennon/McCartney

จบตอนที่ 1